
ไม่ยอมงอ! “ทรัมป์” ยืนกรานขึ้นภาษีรถยนต์ 25% 2 เม.ย. นี้ ลั่นเป็นวัดปลดแอกสหรัฐฯ
หลังจากเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนงานในการขึ้นภาษีรถยนต์ที่นำเข้จากต่างประเทศถึง 25% โดยมีจุดประสงค์ในการกระตุ้นยอดผลิตภายในประเทศ
วานนี้ (1 เม.ย. 68) คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยืนยันว่า มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้า (Reciprocal Tariffs) ของโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายนนี้ (3 เม.ย. 68 ตามเวลาประเทศไทย) และไม่มีข้อยกเว้นสำหรับประเทศใด ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีใหม่นี้ ทั้งนี้ แต่ละฝ่ายเชื่อว่าอุตสาหกรรมต่าง ๆ กำลังเตรียมรับผลกระทบจากมาตรการนี้

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงวันนี้ว่าเป็น “วันปลดปล่อยทางการค้าสหรัฐฯ”
“ภาษีใหม่นี้จะถูกใช้กับทุกประเทศ รวมถึงภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และ ภาษี 25% สำหรับแคนาดาและเม็กซิโก ที่ถูกระงับไปก่อนหน้านี้“
“พวกเขาเอาเปรียบเรา และเราจะตอบโต้ด้วยความเป็นธรรม” ทรัมป์กล่าวในทำเนียบขาว

ด้าน เควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ภาษีดังกล่าวจะเน้นไปที่ 10-15 ประเทศที่มีดุลการค้าขาดดุลกับสหรัฐฯ มากที่สุด แต่ทรัมป์ได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างนั้น
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศต่าง ๆ ที่ถูกระบุว่ามีแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ ได้แก่ อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, เม็กซิโก, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาใต้, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, ไทย, ตุรกี, เวียดนาม, สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเชื่อว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์ใหม่นี้ จะส่งผลให้สหรัฐอเมริกามีรายได้ต่อปีมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.3 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว ตามจุดประสงค์ในการกระตุ้นยอดผลิตภายในประเทศ
ขอบคุณข้อมูล : New York Post