
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ในวันที่ 3 เมษายน 2568 เนื่องจากมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง พร้อมกับลมกระโชกแรง อันเป็นผลมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่พัดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากฝนที่ตกหนักสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ในขณะเดียวกัน คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งอาจสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองเพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากภาคใต้แล้ว พื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางยังคงได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่งในช่วงนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่าลืมพกร่มและเสื้อกันฝนกันด้วยนะครับ
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรง รวมถึงประชาชนที่ต้องเดินทางทางทะเล ควรเพิ่มความระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ลักษณะอากาศแบ่งตามภูมิภาค ดังนี้
ภาคเหนือ
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมฆบางส่วน
อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส
อณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
อากาศร้อนทางตอนบนของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
