ผู้ว่าฯ แถลง “ขอโทษที่เข้าไปไม่ถึง จุดขอความช่วยเหลือ”

ผู้ว่าฯ แถลง อัปเดตสถานการณ์กู้ภัยตึกถล่ม วันที่ 8 แจงขอโทษที่เข้าไปไม่ถึง จุดเสียงขอความช่วยเหลือ ย้ำทุกคนเสียใจ แต่เชื่อว่าทำดีที่สุดแล้ว พร้อมเดินหน้า ปรับแผนใช้เครื่องจักรหนักมากขึ้น สลับกับการค้นหา

วันนี้ (4 เม.ย. 68) เวลา 09:00 น. ที่กองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย ร.ศ.ทวิดา กมลเวชช รอง ผู้ว่าฯ กทม. ,นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัด กทม. ,นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ และ น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม

นายชัชชาติ กล่าวขอโทษญาติผู้สูญหายรวมถึงพี่น้องประชาชน ที่ไม่สามารถเข้าถึง ณ จุดที่มีเสียงขอความช่วยเหลือได้ โดยบอกว่าพยายามที่จะเข้าถึงจุดที่คาดว่ามีคนที่ติดอยู่  แต่ไม่สามารถเข้าถึงผู้ที่ติดอยู่ด้านในได้ พยายามดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด เป็นจุดที่ทุกคนทุ่มเทมาก ใช้เครื่องจักร และอาสาสมัครกว่า 100 คนหมุนเวียนขึ้น

ทีมกู้ภัยต่างชาติ สรุปว่า เข้าไปไม่ถึง ขุดไปเท่าไหร่ก็เจอเป็นเหล็ก โพรงแคบ เลยต้องหยุดวิธีนี้ไว้ เป็นสิ่งที่ทุกคนทุ่มเทกันมาก พอลงไปแล้ว มันไม่มีทางไปต่อ มีการยกแผ่นคอนกรีต มีการใช้เครื่องจักร มีอาสาสมัครนับกว่า 100 คน มีทีมผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ช่วยอยู่ตลอด เมื่อคืนเวลาเที่ยงคืน สรุปว่าไม่มีทางเข้าถึงแน่นอน เพราะว่าขุดไปเท่าไหร่ก็เจอแต่เหล็กและโพรงแคบ คิดว่าต้องหยุดวิธีนี้ และต้องเปลี่ยนเป็นเครื่องมือหนักในการเข้าพื้นที่นี้

“ทุกคนเสียใจ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนทำดีที่สุดแล้ว”

ทีมผู้เชี่ยวชาญที่มาจากต่างชาติ เมื่อวานนี้เราขนเศษปูนออกด้วยมือ ประมาณ 20 ตัน น่าจะเป็นสถิติของโลกเลยที่ ตรงจุดเดียวที่เราเอาคอนกรีตออกไป ก็ต้องดำเนิการต่อ

สถานการณ์ต่อไปนี้ คือ จะเป็นการใช้เครื่องมือหนักเยอะขึ้น เราไม่ได้หมดหวัง คือจะมี 2 ตัว คือ การค้นหาช่วยชีวิต และการรื้อถอน หาผู้เสียชีวิต ตอนนี้เราให้ความสำคัญกับการรื้อถอน ทีมรื้อถอนจะแสตนบายตลอด ถ้าเจอสัญญาณชีพก็จะใช้ทีมค้นหาเข้า วิธีเดียวที่จะใช้ คือ จะใช้เครื่องมือหนักให้มากขึ้น เปิดเป็นจังหวะและเข้าสลับกันไป

ซากทั้งหมดจากการประมาณการ มีประมาณ 15,000 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นประมาณ 40,000 กว่าตัน คาดว่าการรื้อย้ายต้องใช้เวลาประมาณ 30-60 วัน ถ้าเป็นตึกธรรมดารื้อย้ายจะไม่นานขนาดนี้ แต่เนื่องจากเราต้องดูเรื่องการค้นหาด้วย ต้องคอยดูว่ามีคนรอดหรือผู้เสียชีวิตไหม ถ้าเจอผู้เสียชีวิตก็จะนำมาจัดเก็บลำดับให้กับเจ้าหน้าที่สอบสวน

ทุกอย่างต้องเข้าระบบและต้องเดินหน้า กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและมาตรฐาน ต้องขอโทษจริงๆที่ไปไม่ถึง วานนี้สัญญาณชีพก็ค่อยๆหายไป พอถึงช่วงเย็นก็ไม่ได้ยินเสียงแล้ว ขอบคุณทีมงานทั้งต่างชาติ ต่างชาติเขาก็ยืนหยัดคู่กับเรา นานถึง 48 ชั่วโมง มีการแบ่งหน่วยงานอย่างชัดเจน มีหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ พยายามให้เป็นภาพอันหนึ่งอันเดียวกัน ขอบคุณทุกภาคส่วน

แนวทางการเดินหน้าในการใช้เครื่องจักรเข้าทำงาน ทีมหน้างานรื้อถอนก็ต้องคอยมอนิเตอร์ สถานการณ์หน้างาน ต้องส่งไปที่กองเก็บที่รถไฟ ทีมค้นหา สุนัข พร้อม เดินหน้าตัวแบคโฮและตัวตัดเป็นหลัก และใช้แร้มขึ้นไป ทำเรื่องเก็บหลักฐานบางส่วนไปให้หน่วยตรวจสอบ ก็จะนำหลักฐานในจุดที่มาร์คไว้มาเก็บ เพื่อให้หน่วยตรวจสอบดำเนินการต่อไป หน้างานอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับการรื้อถอน เกี่ยวข้องกับการรื้อถอน อาจจะลดกำลังของทีมยูซ่าลงได้บ้าง เพื่อให้เขาได้พัก ผู้บัญชาการต่างประเทศ ก็จะอยู่กับเราตามที่เราร้องขอ วันนี้สรุปอีกทีหนึ่งว่าจะอยู่กับเราแค่ไหน

ในส่วนของเมื่อคืนนี้ที่ K9 ยังไม่ฟันธงว่ามีผู้เสียชีวิต หรือมีผู้รอดชีวิต อาจจะเป็นคนที่เพิ่งเสียชีวิตก็ได้ K9 ไม่ได้คอนเฟิร์ม เราก็พยายามขุดต่อ โพรงที่เราพยายามเข้าไปมันแคบลงเรื่อยๆ และก็มีทั้งเหล็กเส้นและปูน ไม่สามารถเปิดจุดอื่นได้แล้ว ตันจริงๆ

เหตุการณ์นี้ไม่เคยเจอที่ไหนในโลกนี้ ตึกใหญ่ที่ถล่มในทีเดียว แล้วเป็นตึกคอนกรีต คงไม่มีตำราเล่มไหนว่า ต้องทำกี่นาที กี่ชั่วโมงทุกอย่างเป็นเหตุการณ์ที่ต้องปรับหน้างาน ต้องเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าทีมงานต้องการอะไร ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้า

เมื่อวานนนี้ฝั่งโซน C มีโพรงขนาดใหญ่ คาดว่าน่าจเป็นฝั่งทางด้านโถงลิฟต์ ได้ส่งทีมเข้าไป ก็พบอีก 2 ร่าง แต่ยังไม่ได้นำออกมา วันนี้คาดจะมีการนำร่างออกมา เมื่อวาน 14 วันนี้อาจจะ 16 พยายามที่จะรื้อตรงนี้ก่อน และจะได้พาเขากลับบ้านให้เรียบร้อย และต้องดูในเรื่องของความปลอดภัย ลักษณะของร่างที่เจอ ถ้าไม่ยากลำบากเรานำออกทันที แต่ที่ยังนำออกไม่ได้ เพราะร่างอาจถูกทับบางส่วน  

“กำลังใจที่สำคัญ คือ ทุกคนเชื่อว่าทำดีที่สุดแล้ว ผมว่านี่คือสิ่งที่สร้างกำลังใจ ทุกคนไม่ได้บอกว่าทิ้งไปก่อน ทุกคนไม่ได้บอกว่ายกเลิก ทุกคนเดินให้แบบเต็มที่ เราคอยถามทุกคนว่าโอเคไหม ทั้งทีมไทยและทีมต่างชาติ จะคอยถามว่าต่อไหม เมื่อวานเราให้เวลาถึง 6 โมงเย็น เราถามว่าต่อไหม เขาบอกว่าพอไหว เราก็ให้เวลาเขาถึงเที่ยงคืน กำลังใจส่วนหนึ่งมาจากความพยายามที่ทำอย่างเต็มที่ ว่าทำอะไรเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ”