“ไอซ์ รักชนก” โพสต์ฟาด สส.รัฐบาล “สันหลังยาว อยากทำกาสิโน แต่ขี้เกียจ” 

ฟาดเดือด!!! “ไอซ์ รักชนก” ซัด สส.รัฐบาล “สันหลังยาว เสี้ยนอยากทำ กาสิโน แต่ทนความขี้เกียจไม่ได้ จองตั๋วกลับบ้านก่อน น่าเวทนา”

เดือดมาก “ไอซ์ รักชนก” โพสต์ด่า สส.รัฐบาล เดือด!!! 

วานนี้ (3 เม.ย.68) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพโปสเตอร์พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอญัตติด่วนแผ่นดินไหว พร้อมข้อความระบุว่า… 

“เกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่ผู้นำฝ่ายค้านเสนอญัตติด่วน แผ่นดินไหว? 

– เมื่อวาน พรรคเพื่อไทยโพสต์อินโฟกราฟฟิกนี้ กลบข้อกล่าวหาว่า “เห็นกาสิโนสำคัญกว่าเรื่องแผ่นดินไหว” 

– วันนี้ หลังจากที่ผู้นำฝ่ายค้านเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องแผ่นดินไหว ในความจริงแล้วควรจะเป็นฝั่งรัฐบาลลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหวประกบ แต่กลับกลายเป็น สส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นเสนอญัตติ “ขอให้สภาเลื่อนการพิจารณา พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และ พรบ.นิรโทษกรรม ขึ้นมาพิจารณา” ซึ่งการทำแบบนี้ เป็นการแซงคิวกฎหมายอื่นๆ ที่รอคิวพิจารณาอยู่เป็นสิบฉบับ มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรขนาดนั้นเลยหรอ? 

– ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถ้ารัฐบาลเห็นความสำคัญของเรื่องแผ่นดินไหวจริงๆ รัฐบาลควรที่จะเสนอญัตติเรื่องแผ่นดินไหวประกบแล้ว รอจนสมาชิกอภิปรายญัตติเรื่องแผ่นดินไหวให้จบก่อน แล้วค่อยเสนอเรื่อง “ขอให้สภาเลื่อนการพิจารณา พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และ พรบ.นิรโทษกรรม ขึ้นมาพิจารณา” หลังจากนั้นก็ได้ 

– แล้วทำไมรัฐบาลไม่รอจนทุกคนอภิปรายเรื่องแผ่นดินไหวจบก่อนค่อยเสนอเลื่อน? เอาตามความจริงเลยนะ เพราะ สส.รัฐบาลหลายคนจองตั๋วกลับบ้านกันแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถรอให้อภิปรายเรื่องแผ่นดินไหวจบได้ เพราะหากรอจนค่ำ เสียงรัฐบาลจะไม่พอรักษาองค์ประชุมและไม่พอโหวตเรื่องอะไรทั้งสิ้น จึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะเลื่อนให้สำเร็จที่สุด 

– สรุปรวม คือ รัฐบาลรีบร้อนอย่างมาก ถึงขั้นกระเหี้ยนกระหือรือทำทุกวิถีทาง แซงคิวกฎหมายที่สำคัญๆ เพื่อเอากฎหมายกาสิโนมาพิจารณาก่อน แต่แม้ว่าตัวเองจะเสี้ยนอยากทำกาสิโนมาก จนรอไม่ได้แม้แต่อีกสมัยประชุมเดียว แต่รัฐบาลเองก็ไม่สามารถจะต้านทานความขี้เกียจสันหลังยาวของ สส.ได้ ไม่สามารถที่จะคุมเสียงในสภาของตัวเอง ให้อยู่โหวตหลัง 18:00 น. ได้ (ดูได้จากเสียงตอนที่โหวตสู้กัน เสียงรัฐบาลก็เหลือแค่เพียง 248 จากประมาณ 320 เพราะที่เหลือกลับกันหมดแล้ว) ภาพจึงออกมาเป็นความน่าเวทนาของสภาไทย อย่างที่ทุกคนได้เห็นในวันนี้ค่ะ”