พระราชสำนัก 3 พฤษภาคม 2563 | 21:13 น.

เปิดความเป็นมา 4 พฤษภาคม “วันฉัตรมงคล” ในรัชกาลที่ 10

เขียนโดย อีจัน
เปิดความเป็นมา 4 พฤษภาคม “วันฉัตรมงคล” ในรัชกาลที่ 10

เปิดความหมาย - ความสำคัญ “วันฉัตรมงคล” 2563 ในรัชกาลที่ 10

4 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวัน “ฉัตรมงคล” ค่ะ อีกหนึ่งวันวันสำคัญของปวงชนชาวไทย ที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เรามาดูความหมายของ “วันฉัตรมงคล” กันค่ะ
วันฉัตรมงคล (ฉัด-ตระ-มง-คล) มีความหมายตามพจนานุกรมว่า พระราชพิธี ฉลองพระเศวตฉัตร ทำในวันซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก

ความสำคัญของวันฉัตรมงคล
เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 และดำรงพระอิสริยยศเป็น “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

ดังนั้น รัฐบาลไทยและพสกนิกร จึงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตรหรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”


ภาพจากอีจัน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้


ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
มีหลักฐานปรากฏในหลักศิลาจารึก วัดศรีชุมของพญาลิไท ว่า เริ่มต้นมาตั้งแต่ครั้งพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาว หรือพ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นผู้ปกครองเมืองสุโขทัย

จากนั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยพระมหากษัตริย์ที่ยังมิได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ใช้คำว่า “พระบาท” นำหน้า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และคำสั่งของพระองค์ก็ไม่เรียกว่า “พระบรมราชโองการ” และอีกประการหนึ่งคือ จะยังไม่มีการใช้ นพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น



ความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคล
ก่อนหน้ารัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชพิธีฉัตรมงคลถือเป็นพิธีของเจ้าพนักงานในพระราชฐาน ที่มีหน้าที่รักษาเครื่องราชูปโภคและพระทวารประตูวัง ได้จัดการสมโภชสังเวยเครื่องราชูปโภคที่ตนรักษาทุกปีในเดือนหก และเป็นงานส่วนตัว ไม่ถือเป็นงานหลวง จนกระทั่ง สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงกระทำพิธีฉัตรมงคลขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2393 โดยมีพระราชดำริว่า วันบรมราชาภิเษกเป็นมหามงคลสมัยที่ควรแก่การเฉลิมฉลองในประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงถือให้วันนั้น เป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล และควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ
แต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมใหม่ ยากต่อการเข้าใจ อีกทั้งเผอิญที่วันบรมราชาภิเษกไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภคที่มีแต่เดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงอธิบายว่า วันฉัตรมงคลเป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภค จึงไม่มีใครติดใจสงสัย ดังนั้น จึงได้มีพระราชดำริจัดงานพระราชกุศลพระราชทานชื่อว่า "ฉัตรมงคล" นี้ขึ้น โดยได้มีการเฉลิมฉลองด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพุทธมนต์ ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 รุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทและพระที่นั่งไพศาลทักษิณ

ด้วยเหตุนี้ จึงถือว่าการเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคล เริ่มมีในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก


ภาพจากอีจัน

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 วันบรมราชาภิเษก ตรงกับเดือน 12 จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉัตรมงคลในเดือน 12 แต่ไม่ได้รับการยินยอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงแก้ไขด้วยการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยตราจุลจอมเกล้าสำหรับตระกูลขึ้น ให้มีพระราชทานตรานี้ตรงกับวันคล้ายบรมราชาภิเษก ท่านผู้หลักผู้ใหญ่จึงยินยอมให้เลื่อนงานฉัตรมงคลมาตรงกับวันบรมราชาภิเษก แต่ยังให้รักษาประเพณีสมโภชเครื่องราชูปโภคอยู่ตามเดิม รูปแบบงานวันฉัตรมงคลจึงเป็นเช่นนี้จนถึงปัจจุบัน

พระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงาน 3 วัน คือ
วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย สรงพระมุรธาภิเษก ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ เลี้ยงพระ พระสงฆ์ดับเทียนชัย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย สถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ และเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ภาพจากอีจัน

วันที่ 6 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เสด็จออกให้ทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท


อย่างไรก็ตาม ปีนี้ประเทศไทยอยุ่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เมื่อวันที่ 30 เม.ย.63 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จึงกล่าวถึงการจัดกิจกรรม วันฉัตรมงคล ว่า ไม่มีการจัดงานพระราชพิธีหรือ จัดกิจกรรมแต่อย่างใด ซึ่งรัฐบาลได้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1.1 การถวายพระพรชัยมงคล นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ในนามข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า ประธานรัฐสภา ในนามสมาชิกรัฐสภา และประธานศาลฎีกาในนามข้าราชการตุลาการ จะบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล โดยจะเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 ในช่วงข่าวพระราชสำนัก

1.2 การจัดทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส วันฉัตรมงคล จำนวน 3 ตอน ความยาวตอนละ 3 นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ในวันที่ 2 - 4 พฤษภาคม 2563 ในช่วงข่าวพระราชสำนัก

1.3 หน่วยงานต่าง ๆ สามารถตกแต่งสถานที่และประดับธงตราสัญลักษณ์พระ ราชพิธี บรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 รวมทั้งตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อม เครื่องราชสักการะและจัดให้มีสมุดลงนามถวายพระพรไว้ในสถานที่ตั้ง

1.4 การจัดทำคำถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2563 พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ ลงบนหน้าหลักของเว็บไซต์ของหน่วยงาน รวมทั้งนำภาพการจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและภาพผลงานของหน่วยงานที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ลงในเว็บไซต์ของหน่วยงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานเครื่องช่วยหายใจรักษาผู้ป่วยโควิด ให้ รพ.พหลพลพยุหเสนา กาญจนบุรี
ในหลวง พระราชินี พระราชทานเครื่องช่วยหายใจรักษาผู้ป่วยโควิด ให้ รพ.พหลพลพยุหเสนา กาญจนบุรี
โปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ดํารงฐานันดรศักดิ์ดังเดิม
โปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ดํารงฐานันดรศักดิ์ดังเดิม
ในหลวง พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง”
ในหลวง พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง”