
ร่างคนงานไทย เหยื่อตึก สตง. ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว เดินทางถึงบ้านที่อุดรธานีแล้ว ครอบครัวและญาติเศร้ารอรับศพ
วันนี้(1 เม.ย. 68) เมื่อเวลา 13.00 น. ทีมข่าวอีจันเดินทางไปที่ วัดไทรทอง บ.นาเหล่า ม.7 ต.หนองกุงศรี อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี หลังทราบข่าวว่า ร่างของนายกิตติพร ตันกันยา อายุ 32 ปี แรงงานช่างประปา เหยื่อตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้น ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค. 68 ทำให้แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้หลายจังหวัดในประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ตึก สตง. 30 ชั้น พังถล่มราบเป็นหน้ากลอง กลายเป็นโศกนาฏกรรมหมู่ครั้งใหญ่ คร่าชีวิตคนงานไทยและคนงานเมียนมาหลายสิบชีวิต และยังมีผู้ติดค้างอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกหลายราย



บรรยากาศในศาลาวัด พบนางไกสร ตันกันยา อายุ 57 ปี และ น.ส.น้ำผึ้ง ตันกันยา อายุ 23 ปี แม่และน้องสาวคนเล็กของผู้เสียชีวิต นั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโลงศพ ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ที่สูญเสียพี่ชายและลูกชายไปแบบกะทันหัน โดยมีญาติพี่น้อง ชาวบ้าน และผู้นำชุมชน รวมทั้งทหาร ร 13 พัน 1 ค่ายสุนทรธรรมธาดา 20 นาย มาช่วยจัดเตรียมงาน เนื่องจาก นายราชันย์ ซุนหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี จะเดินทางมาเป็นเจ้าภาพและประธานพิธีสวดอภิธรรมในคืนนี้ ก่อนจะทำพิธีฌาปนกิจศพช่วงบ่ายในวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย. 68)


นางไกสร ผู้เป็นแม่ ได้จุดธูปบอกดวงวิญญาณลูกชายว่า ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี กลับมาบ้านเรานะลูก อยากกินอะไรก็หาให้กินแล้ว หิวน้ำก็เอาน้ำให้กินแล้ว กับข้าวที่ชอบกินก็มีทุกอย่าง เหล้าก็มี ลูกคงดีใจแล้วที่ได้กลับบ้าน พร้อมกับเล่าว่าศพลูกชายมาถึงบ้านตอนประมาณตี 1 เขาก็ไม่ได้มาเข้าฝันหรือมาบอกอะไรเลย ลูกน่าจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองจากโลกนี้ไปแล้ว และได้กลับบ้านกลับช่องแล้ว

ด้าน น.ส.น้ำผึ้ง น้องสาว เล่าว่า ตนทำงานก่อสร้างอยู่ที่สระบุรี ตอนที่ตึกถล่มนายจ้างของพี่ชายได้โทรมาแจ้งว่า ตึกที่พี่ชายทำงานถล่ม จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ พอไปถึงหน้าไซต์งาน ก็มีความหวังว่าพี่ชายจะไม่เป็นอะไร และเจ้าหน้าที่ขอตรวจดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบกับศพที่คาดว่าจะเป็นศพของพี่ชาย พอเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่าดีเอ็นเอตรงกัน ก็ให้มารับกลับบ้านได้แค่นั้น
“ตอนแรกเราบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า จำเสื้อผ้าที่พี่ชายสวมใส่ทำงานประจำได้ และพี่ชายมีรอยสักที่ต้นแขนเป็นเส้นสีดำรอบแขน แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ต้นแขนข้างไหน พอตรวจดีเอ็นเอตรงกัน เขาก็บอกให้นำศพกลับบ้านเลย ระหว่างรอศพพี่ชาย ตนก็ไม่ได้ฝันเห็นพี่ชายเลย ตอนนี้ก็อยากจะบอกดวงวิญญาณพี่ชายว่า ให้ไปดีและไม่ต้องเป็นห่วงอะไรเลย ส่วนพ่อแม่จะดูแลเองเพราะที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ปล่อยให้พ่อกับแม่ยุ่งยากคนอื่นอยู่แล้ว”