เปิดข้อมูล ตึก สตง. มูลค่า 2 พันล้านบาท ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว

เผยข้อมูลโครงสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไทย (สตง.) มูลค่า 2 พันล้านบาท หลังเกิดถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว – เผยรูปแบบโครงสร้าง “แกนคอนกรีตเสริมเหล็ก + พื้นไร้คาน”

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ซึ่งมีความรุนแรงขนาด 8.2 ลึก 10 กม. พร้อมกับเกิดแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และภาคเหนือ ซึ่งทำให้เกิดโศกนาฎกรรมอาคารก่อสร้างย่านจตุจักรเกิดทรุดตัวและถล่มลง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจำนวนมาก

(28 มี.ค. 68) เฟซบุ๊ก ข่าวสารบันเทิงจีน ได้เปิดเผยข้อมูล โครงสร้างอาคารที่ทำการของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไทย (สตง.) แห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้น มูลค่า 2.1 พันล้านบาท หลังเกิดถล่มลงจากเหตุแผ่นดินไหว ระบุว่า

โครงการก่อสร้างอาคาร สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยอาคารสำนักงานใหม่ อาคารห้องประชุม และอาคารจอดรถอย่างละ 1 หลัง รวมพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด 96,041 ตารางเมตร ซึ่ง โครงการนี้มีการคมนาคมสะดวกสบาย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกติดกับสถานีรถไฟกรุงเทพ และทางทิศตะวันออกมองเห็นสวนสาธารณะของกรุงเทพฯ (สวนจตุจักร) เมื่อสร้างเสร็จแล้ว อาคารนี้จะให้บริการแก่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติของประเทศไทยและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ และจะเป็นหน้าตาของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ เท็นท์ กรุ๊ป (China Railway 10th Engineering Group Co., Ltd.) ในการพัฒนาในประเทศไทย

อาคารสำนักงานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ มีอาคารหลักสูง 137 เมตร มีรูปแบบโครงสร้างเป็น “แกนคอนกรีตเสริมเหล็ก (core wall) + พื้นไร้คาน (flat slab)” แกนคอนกรีตเสริมเหล็กใช้เทคนิคการก่อสร้างแบบเลื่อนแบบ (slip form) พื้นไร้คานใช้กระบวนการติดตั้งแบบยกแบบหล่อ (table form) และนั่งร้านภายนอกใช้กระบวนการก่อสร้างแบบนั่งร้านปีน (climbing form) เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของคอนกรีตสำหรับอาคารสูงพิเศษ ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง ได้มีการจัดตั้งกลุ่มทำงานด้านเทคนิคของโครงการเพื่อทำการวิจัยเทคนิคที่สำคัญ 

เหตุการณ์นี้คาดว่าน่าจะจุดประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ ถึงรูปแบบโครงสร้างคือ “แกนกลาง + พื้นไร้คาน”……พื้นไร้คานมีปัญหาหรือไม่? ก่อนหน้านี้อาคารอพาร์ตเมนต์ในอเมริกาที่ถล่มก็ใช้พื้นไร้คาน..? 

ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมของโครงสร้างดังกล่าว ระบุว่า

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงาน สตง.แห่งใหม่ดังกล่าว เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2563 แต่หยุดชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  โดย สตง. ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคาร ที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ 3 งาน บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยได้เสนอขออนุมัติงบประมาณรายการค่าก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 2,560 ล้านบาท และได้รับการอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ต่อมาได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และได้ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ กิจการร่วมค้า ไอทีดี – ซีอาร์อีซี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคารายต่ำสุด ด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท จากนั้นได้ดำเนินการจัดหาผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยวิธีคัดเลือกผู้ให้บริการควบคุมงานจ้างก่อสร้าง โดยกิจการร่วมค้า PKW (บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด บริษัท ว. และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด และบริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ จำกัด) เป็นผู้ชนะการยื่นข้อเสนองานจ้างควบคุมงาน ด้วยวงเงิน 74.65 ล้านบาท

ในการดำเนินโครงการดังกล่าว สตง. ได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้าง โดยมีการเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอน มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน ตลอดจนกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ จนกระทั่งได้ผู้ชนะการประกวดราคา ด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับราคากลางงานก่อสร้าง จำนวน 2,522.15 ล้านบาท จึงคิดเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าราคากลางทั้งสิ้น 386.15 ล้านบาท ทั้งนี้ สตง. ได้ลงนามก่อหนี้ผูกพันสัญญา ประกอบด้วย

1. สัญญาเลขที่ 021/2546 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 จ้างกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จํากัด) ก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ พร้อมสิ่งก่อสร้าง ประกอบ จํานวนเงิน 2,136 ล้านบาท 

2. สัญญาเลขที่ 024/2564 ลงวันที่ 14 มกราคม 2564 จ้างกิจการร่วมค้า (Joint Venture) PKW (บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จํากัด, บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จํากัด และ บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้น จํากัด) ควบคุมงานก่อสร้างอาคาร พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ จํานวนเงิน 74,653,000 บาท โดยขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันเป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2569  

ในระหว่างการก่อสร้าง สตง. มีความจําเป็นต้องขยายระยะเวลาดังกล่าว ทําให้ครบกําหนดสัญญาในวันที่ 3 มิถุนายน 2567 ด้วยเหตุดังต่อไปนี้ 

ครั้งที่ 1 เนื่องจากงานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิมในพื้นที่ การหยุดงานก่อสร้างตาม ประกาศของทางราชการอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และมีงานพิธีวางศิลาฤกษ์ รวมเป็น ระยะเวลา 58 วัน 

ครั้งที่ 2 เนื่องจากการแก้ไขแบบก่อสร้าง กรณี Load Factor, Core Wall และการสัญจรของรถบรรทุกในชั้นใต้ดิน รวมเป็นระยะเวลา 97 วัน 

ขณะที่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ร่วมกับ สตง. ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการทุจริต “โครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)” กับกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี โดยสตง.ได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างโดยมีการเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอน ซึ่งเมื่อเทียบกับราคากลางงานก่อสร้าง จำนวน 2,522.15 ล้านบาท จึงคิดเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าราคากลางทั้งสิ้น 386.15 ล้านบาท 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ข่าวสารบันเทิงจีน , สำนักข่าวอิศรา