“ยาสมาธิสั้น ขาดคราว” จิตแพทย์เด็ก เขียนจดหมาย วอน นายกฯ-รมว.สาธารณสุข แก้ปัญหา  

สุดห่วงเด็กไทย! “จิตแพทย์เด็ก” เจ้าของเพจดัง เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง นายกฯ-รมว.สาธารณสุข วอนแก้ปัญหา “ยาสมาธิสั้น ขาดคราว” เพราะเด็กที่ขาดยา ส่งผลกระทบใหญ่กว่าที่หลายคนคิด

เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ “จิตแพทย์เด็ก” จึงตัดสินใจเขียนจดหมายเปิดผนึก วอนแก้ปัญหา “ยาสมาธิสั้น ขาดคราว” เพราะการที่เด็กขาดยา ส่งผลกระทบใหญ่กว่าที่หลายคนคิด 

วานนี้ (5 ก.พ.68) พญ.เบญจพร ตันตสูติ หรือหมอมินบานเย็น จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แอดมินเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า… 

“จดหมายนี้เขียนด้วยความเป็นห่วงคนไข้ที่จำเป็นต้องกินยา แต่ยาขาดคราว (ขาดคราวเป็นศัพท์ที่ใช้เวลายาขาดไม่มีให้สั่งจ่ายเป็นคราวๆ ไป) 

เรียน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

เนื่องด้วยที่ผ่านมาในประเทศไทย บรรดาแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยที่เป็นสมาธิสั้น โดยเฉพาะจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น พบปัญหายาสมาธิสั้น Methylphenidate ในรูปแบบต่างๆ ขาดคราวค่อนข้างบ่อย ทำให้ไม่มียาสั่งจ่ายในการรักษาให้คนไข้ ส่งผลกระทบตามมาถึงตัวคนไข้ ซึ่งส่วนมากเป็นเด็ก รวมถึงครอบครัวด้วย 

โรคสมาธิสั้นนั้นเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยผลสำรวจจากกรมสุขภาพจิตพบว่าในกลุ่มเด็กไทยที่กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 ที่มีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน พบว่าเป็นโรคสมาธิสั้นร้อยละ 6.5 คาดว่าจะมีเด็กไทยป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 310,000 ราย  

แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นสมาธิที่สั้น แต่จริงๆ เป็นโรคที่ส่งผลต่อการควบคุมตัวเอง (Self-control) ด้านต่างๆ ทั้งสมาธิ คำพูด การกระทำ อารมณ์ ฯลฯ ดังนั้นหากไม่รักษาหรือรักษาได้ไม่ต่อเนื่องจะส่งผลกระทบไม่เพียงแค่ไม่มีสมาธิในการเรียน หรือมีปัญหาการเรียน ตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจมีปัญหาอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน เช่น การควบคุมอารมณ์ มีใจร้อน หงุดหงิด รอคอยไม่ได้ มีปัญหาเวลาอยู่กับคนอื่นๆ เพราะควบคุมคำพูดและการกระทำไม่ได้ เช่น มีพูดโพล่ง พูดแทรก ไม่คิดก่อนทำ หุนหันพลันแล่น บางทีเด็กอาจถูกเพื่อนแกล้ง หรือไปแหย่เพื่อน ถูกครู/ครอบครัว ตำหนิ ไม่เป็นที่ยอมรับในกลุ่ม สุดท้ายส่งผลถึงความภาคภูมิใจในตัวเอง มีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ตามมาทั้งตอนที่เป็นเด็กและเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ 

การรักษาที่เป็นที่ยอมรับทางการวิชาการในเคสที่ได้รับการวินิจฉัยคือการรักษาด้วยยาที่ได้ผลดีคือ Methylphenidate ซึ่งคือยากำลังเป็นปัญหาขาดคราวบ่อยๆ  

เนื่องจาก Methylphenidate เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (กลุ่มเดียวกันกับ pseudoephedrine ฯลฯ) สถานพยาบาลไม่สามารถสั่งยาโดยตรงจากบริษัทยาได้ ต้องสั่งผ่าน อ.ย. ตรงนี้เป็นที่เข้าใจได้  

แต่ด้วยปัญหาบางอย่างที่เรื้อรังมานานหลายปี ทำให้เกิดปัญหายาขาดคราวบ่อยๆ เกิดเหตุการณ์ ยาไม่เพียงพอสำหรับความต้องการของคนไข้ โดยปีหนึ่งๆ เกิดเหตุการณ์ขาดยาหลายรอบ 

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เด็กๆ และคนไข้ที่เป็นโรคสมาธิสั้นและกินยาอยู่ (เวลากินยาก็ต้องกินยาติดต่อเนื่องเพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น) ไม่มียากินกะทันหัน พอจะมารับยาก็ผิดหวังกลับบ้านเพราะหมอบอกว่า “ยาหมดนะ ไว้ค่อยมาใหม่อีกทีตอนที่ยามาแล้วนะคะ”  

เด็กๆ ที่เป็นสมาธิสั้นเมื่อไม่ได้กินยาก็เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นไม่มีสมาธิตอนเรียน ทำให้จดงานไม่ทัน คะแนนตก มีปัญหาพฤติกรรมเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้ คิดไม่ทันก่อนที่จะทำหรือพูด เช่น พูดแหย่เพื่อน แกล้งเพื่อน ทำให้เพื่อนไม่ยอมรับ เพื่อนแกล้งมากขึ้น ที่บ้านก็มีปัญหาขาดระบบระเบียบ และมีอารมณ์หงุดหงิด ใจร้อน ทะเลาะกับพ่อแม่มากขึ้น กลายเป็นปัญหาครอบครัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เมื่อเด็กไม่ได้กินยา  

มีคำกล่าวว่า ‘เด็กคืออนาคตของชาติ’ ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะส่งผลกระทบลามไปไม่เพียงตัวเด็ก แต่กับครอบครัว โรงเรียน และสังคมประเทศชาติโดยรวม 

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุอะไรใดๆ ที่ทำให้เกิดปัญหายาขาดคราวขึ้น หมอขออนุญาตวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ อ.ย. รวมถึงการเขียนจดหมายเปิดผนึกนี้ที่ส่งผ่านไปยังผู้บังคับบัญชา คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของประชาชนไทย ด้วยความหวังอย่างยิ่งว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่เป็นรูปธรรม นำไปสู่การทำให้ปัญหายาสมาธิสั้นขาดคราว ซึ่งเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ให้หมดไปจากประเทศไทยในที่สุด  

ขอบพระคุณค่ะ ด้วยความเคารพอย่างสูง” 

ทั้งนี้ หมอมินบานเย็น ยังบอกอีกว่า “หากเห็นด้วยรบกวนช่วยกันแชร์โพสต์นี้เป็นสาธารณะให้ด้วยค่ะ เพื่อความหวังว่าจะมีผลตอบรับที่ทำให้นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดีขึ้น”