
PM2.5 น่ากลัวกว่าที่คิด สถานการณ์ฝุ่นพิษยังน่าเป็นห่วง อย่าลืมสวมแมสก์ป้องกันกันด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้สายไป
เมื่อไม่นานมานนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Prae Salil ได้ออกมาโพสต์แชร์อุทาหรณ์ หลังเธอป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 4 ทั้งที่สุขภาพแข็งแรง และไม่สูบบุหรี่ เล่าว่า…
Happy Birthday to ME
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่ 41 ของแพรเองค่ะ วันคล้ายวันเกิดปีนี้ แพรตั้งใจเปิด Page นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นวิทยาทาน โดยมีความตั้งใจที่จะแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดที่กำลังรักษาอยู่ค่ะ ในพื้นที่แห่งนี้เราขอเล่าเรื่องราวต่างๆ แบบสบายๆ และอยากบันทึกเก็บเอาไว้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ในอนาคตนะคะ
EP0
จุดเริ่มต้นของ Journey ครั้งนี้ เริ่มเกิดขึ้นตอนช่วงประมาณปลายดือน Nov-2024 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเดียวกับฤดูกาลฝุ่น PM 2.5 เราเริ่มมีการไอแห้งๆ นิดหน่อย รวมถึงมีอาการเหมือนแพ้อากาศทั่วๆ ไป คือ จาม คันยุบยิบตามหน้า ตาแห้ง อะไรแบบนี้ เป็นๆ หายๆ ตามระดับฝุ่นแล้วแต่วันเลย
แต่อยู่ๆ ก็มีอาการเจ็บคอแบบเจ็บคอมาก เวลากลืนน้ำลายเหมือนมีดบาด เจ็บแบบตอนที่เป็น covid คิดว่าเราน่าจะเป็น Covid รอบ 2 แต่ตรวจ ATK ก็ไม่ขึ้น ส่วนอาการไอแห้งๆ ยังคงมีเรื่อยๆ และไอไม่ได้รุนแรงอะไร แค่รำคาญเฉยๆ แล้วอาการเจ็บคอมากๆ + มีไข้เล็กน้อยก็หายไป เลยไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรเยอะ
ด้วยความที่ปกติเป็นคนดูแลสุขภาพระดับนึงเลย ออกกำลังกายเป็นประจำ balance diet อยู่ตลอด เรียกว่าใช้ชีวิตปกติแบบชะนีรักษาสุขภาพ และดูแลอาหารการกินอยู่เสมอ ก็เลยคิดเอาเองว่าฉันมันคนถึกและแข็งแรงคนหนึ่ง จะไปป่วยอะไร

และในช่วงปีที่ผ่านมากิจวัตรที่เพิ่มมาทุกๆ เช้า หลังอาบน้ำ ทาครีม ทาหน้าอะไรต่างๆ เราจะชอบนวดหน้า นวดต่อมน้ำเหลือง กัวซาบ้างไรบ้าง ก็เลยทำให้ได้เข้ามาวุ่นวายกับการจับคลำพวกต่อมน้ำเหลืองของตัวเองอยู่ทุกวัน จนอยู่ๆ เช้าวันนึงคลำตรงเหนือไหปลาร้าด้านซ้าย รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม มันไม่เหมือนกับอีกข้าง จับแแล้วมีความปูดๆ แข็งๆ ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเจ็บตรงก้อนด้วย แล้วช่วงนั้นก็ยังคงไออยู่เหมือนเดิมและยังไม่ได้ไปหาหมอ เพราะว่าฉันมันคนถึก เลยไปซื้อยาแก้ไอมากินเองอยู่ 2 สัปดาห์ จนใกล้จะหายไอละ แต่ PM 2.5 ก็กลับมารุนแรงอีก ก็กลับมาไอต่อ ตอนนั้นยังคงออกกำลังได้ตามปกติ ยกเวท เล่น HIIT ได้หมด ถึกมาก
แต่มาวันนึงมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อแถวฝั่งคอซ้าย ลามลงมาแถวสะบักซ้าย หันคอลำบากก็เลยต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อกับยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ อยู่ 1 สัปดาห์ จนรู้สึกเริ่มดีขึ้นเลยเริ่มกลับมาออกกำลัง ปรากฏตึงจุดเดิมต่อ ยังไม่หายดี ก็เลยต้องกลับมากินยาต่ออีก รวมถึงยาแก้ไอก็ยังคงกินอยู่ด้วย นอกจาก 2 อาการนี้ก็ยังคงไม่ได้เอะใจอะไรก้อนที่คลำเจอ คิดว่าเดี๋ยวหายไอคงค่อยๆ ยุบไปเองมั้ง ช่วงนี้ร่างกายคงยมๆ แหละ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก
ต่อมา เริ่มหาข้อมูลจากหมอ google หมอ ตต. ขึ้นมาเต็ม feed เลย วัณโรคปอดบ้าง มะเร็งปอดบ้าง เริ่มกังวลละ
24 ธ.ค.67 เราทักไปปรึกษาเพื่อนหมอใกล้ฉัน ก็เล่าให้เพื่อนฟังว่าตอนนี้มีอาการอยู่ประมาณนี้ ซึ่งเพื่อนก็แนะนำว่าเดี๋ยวรอดูช่วงหลังจากหายไอ ต้าวก้อนมันอาจจะค่อยๆ ยุบลงเอง ให้รอดูซัก 2 สัปดาห์
25 ธ.ค.67 มีปาร์ตี้ปีใหม่บ้านเพื่อน ก็สั่งอาหารมากินกัน มีอาหารทะเลด้วย แล้วเราคงกินหอยนางรมเยอะไปหน่อย
26 ธ.ค.67 เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสียอาเจียนหนักมากๆ หลายรอบ หนักสุดตั้งแต่เคยเป็นมา แต่ก็มีเพื่อนบางคนเป็นเหมือนกัน แต่ไม่หนักเท่าเรา เลยคิดว่าคงจะเป็นเพราะอาหารวันนั้น
ตั้งแต่ปรึกษาเพื่อนหมอใกล้ฉัน เวลาผ่านไปจนเกือบ 3 สัปดาห์ ยังคงไออยู่ ไม่หายซักที รวมถึงต้าวก้อนก็ยังอยู่ครบ เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน
18 ม.ค.68 ตรวจสุขภาพ + X-Ray ปอด บอกก่อนว่าเราไม่ได้ X-Ray ปอดมา 3 ปีค่ะ ตั้งแต่ช่วงหลังจากที่เป็น Covid ครั้งแรกตอนปีกลางปี 65 ก็ยังไม่ได้ไปตรวจสุขภาพประจำปีเลย การตรวจสุขภาพประจำปีสำคัญมากนะคะ อย่าชะล่าใจเพียงเพราะคิดว่าเราแข็งแรงดี เราดูแลตัวเองดี แล้วเราจะไม่เป็นอะไรเลย วันนั้นที่เข้าไปตรวจได้พบคุณหมอทั่วไป คุณหมอบอกว่าเรามีอาการปอดอักเสบอยู่ แต่จาก X-Ray ปอดมันดูมีก้อนอะไรไม่รู้ข้างซ้าย ซึ่งเราก็แจ้งคุณหมอว่าคลำเจอก้อนตรงเหนือไหปลาร้าข้างซ้ายเช่นกัน วันนั้นคุณหมอเลยจ่ายยาปฏิชีวนะมาให้ 1 สัปดาห์เพื่อดูว่าต้าวก้อนตรงเหนือไหปลาร้าจะยุบลงมั้ย แล้วก็นัด follow up กับหมออายรุกรรมอีกท่านให้ พร้อมทำนัดหมอเฉพาะทางหู คอ จมูกไว้ให้ด้วย

24 ม.ค.68 พบคุณหมออายุรกรรมตามนัด คุณหมอให้หยุดยาปฏิชีวนะ เพราะก้อนตรงไหปลาร้าไม่ยุบ คุณหมอเลยให้กินยาตามอาการ แก้ไอ+แก้แพ้ แล้วก็นัดทำ CT-Scan ปอดให้ กลับออกมาพร้อมความนอยด์ กลัวเป็นมะเร็ง ร้องไห้ กลัว กังวล บอกไม่ถูกเลย ถึงบ้านกอดสามีร้องไห้โฮเลย
กลับมาจากพบคุณหมอ เราก็เริ่มสังเกตอาการตัวเองว่าเวลาหายใจ มันมีอาการแน่นๆ จุกๆ ตรงข้างซ้าย ตำแหน่งเดียวกับตรงที่มีก้อนที่ปอด แต่มันก็ดันตำแหน่งไปตรงกับสะบักซ้ายที่มันชอบปวดพอดี เลยไม่รู้ว่ามันปวดจากอะไรกันแน่ เลยมโนว่ามาจากปอด แล้วเวลาหายใจลึกๆ หลังจากไอเยอะๆ บางทีมันมีเสียงฟี่ๆ ออกมาจากคอด้วย ซึ่งคุณหมอก็ได้จ่ายยาพ่นขยายหลอดลมมาให้ใช้ตอนมีอาการ
30 ม.ค.68 นัด CT Scan ปอด +ฟังผล CT หมอแจ้งว่าเจอก้อนที่ปอดคล้ายก้อนมะเร็งมากกว่าจะเป็นวัณโรคเพราะร่องรอยไม่เหมือนกัน และมันมีการกระจายเป็นจุดๆ ไปปอดข้างขวาด้วย ทีนี้เรายังเหลือนัดหมอหูคอจมูกอีกนัด ซึ่งอาจจะได้เจาะก้อนตรงเหนือไหปลาร้าซ้ายไปตรวจ และคุณหมอจะทำนัดกับคุณหมอปอดเพื่อเจาะชิ้นเนื้อที่ปอดไปตรวจด้วย
วันนี้มาร์ช (คุณสามี) มาลุ้นผลด้วยกัน ตอนอยู่ในห้องตรวจเราถามคุณหมอว่าเรามีโอกาสเป็นอย่างอื่นมั้ยที่ไม่ใช่มะเร็ง คุณหมอบอกว่า หมอก็อยากให้ความหวังนะ แต่มันดูไปทางมะเร็ง ยังไงรอตรวจชิ้นเนื้อก่อนดีกว่า
พอกลับมาถึงบ้าน ก็รีบตั้งสติแล้วตัดสินใจโทรคุยกับเพื่อนหมอใกล้ฉันทันที แล้วรีบส่งผล CT Scan ให้เพื่อนช่วยดูต่อเลย
3 ก.พ.68 เพื่อนหมอใกล้ฉันโทรมาเล่าผลที่ได้ดู CT Scan เบื้องต้นที่ปรึกษากับคุณหมอปอดให้แล้ว คุณหมอปอดบอกว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นมะเร็งปอด ซึ่งน่าจะเป็นชนิดที่พบบ่อยในผู้หญิงเอเชีย และไม่จำเป็นต้องสูบบุหรี่ด้วย ตอนนั้นคุยกับเพื่อนหมอใกล้ฉันแล้วตัดสินใจย้ายไปรักษาต่อที่ รพ. ศิริราชทันที
6 ก.พ.68 ย้ายมาเริ่มต้นที่ศิริราช พบคุณหมอโรคปอด คุณหมอเปิด CT Scan ให้ดูพร้อมอธิบายให้เราเข้าใจการเดินทางของต้าวก้อน ซึ่งเห็นชัดเจนว่าลักษณะไม่เหมือนไหปลาร้าขวาที่ยังปกติดี คุณหมอปอดเลยส่งทำนัดกับคุณหมออีกท่านที่จะทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อที่จุดเหนือไหปลาร้าซ้ายให้
ช่วงนี้เรายังคงสังเกตอาการตัวเอง ก็รู้สึกว่าอาการแน่นๆ อกข้างซ้ายเวลาหายใจลึกๆ มันไม่ได้มาจากปอด แต่มันเกิดจากกล้ามเนื้อแถวสะบักที่ชอบปวดๆ ตึงๆ ต่างหาก เพราะพอหยุดออกกำลังที่มันต้องใช้พวกแขนและสะบักมันก็ดีขึ้นมา โดยรวมตอนนี้มีแค่ไอคันคอ น่ารำคาญเหมือนเดิม ออกกำลังกายยังได้ปกติ ไม่เหนื่อยหอบ แต่ลดการยกเวทหนักเพราะเดี๋ยวกล้ามเนื้อเดี้ยงอีก
11 ก.พ.68 วันผ่ามาถึง ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก
14 ก.พ.68 Happy Valentine’s Day พร้อมรับสายจากเพื่อนหมอใกล้ฉันตอนบ่ายๆ “ฮาโหล เออ…แกๆ ผลออกมาแล้วนะ เป็นมะเร็งปอด แต่ไม่ต้องกังวล ยาที่มีตอนนี้รักษาให้ผลได้ดีมาก เดี๋ยววันจันทร์มาที่ รพ.”
17 ก.พ.68 นัดที่ 1 พบคุณหมอที่ผ่าตัดชิ้นเนื้อเพื่อดูแผลที่ผ่าไปคราวก่อน นัดที่ 2 พบคุณหมอมะเร็งปอดเพื่อไปคุยเรื่องผลชิ้นเนื้อ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคและแนวทางการรักษา
เบื้องต้นคุณหมอแจ้งว่าผลชิ้นเนื้อที่ตรวจออกมาเป็นเซลล์มะเร็งปอดชนิต Adenocarcinoma (ขอบคุณข้อมูลจาก About Thai Cancer : https://shorturl.at/qWjfp) ซึ่งมะเร็งชนิดนี้เป็นโรคมะเร็งปอดชนิดที่ไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็กที่ตรวจพบบ่อยที่สุดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอดชนิดที่ไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็กชนิด Adenocarcinoma จะมีอายุน้อย คุณหมอบอกว่าลักษณะการลุกลามของโรคเราตอนนี้ก็คือเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 เพราะว่าตอนนี้มะเร็งได้กระจายออกมานอกปอดแล้ว คือมาที่ต่อมน้ำเหลืองรวมถึงเริ่มกระจายเป็นจุดๆ ไปที่ปอดข้างขวาด้วย และคุณหมอจะส่งทำ MRI สมองเพิ่มด้วยเพราะต้องดูว่ามะเร็งลุกลามไปที่สมองด้วยมั้ย เนื่องจากว่าโรคมะเร็งปอดชนิดที่ไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็ก จุดที่แพร่กระจายไปบ่อยที่สุดคือ สมอง ตับ กระดูก ต่อมน้ำเหลือง
วันนี้เรากับมาร์ชได้ถามคุณหมอว่า เราเหลือเวลาอีกเท่าไหร่?
คุณหมอตอบว่า “ทุกคนต้องตายครับ อาจจะด้วยการเจ็บป่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่จากสภาพร่างกายของคุณสลิล คือยังแข็งแรงมาก เรายังมีหนทางรักษาได้ครับ”
‘อีจัน’ ขอเป็นอีก 1 กำลังใจ ขอให้หายจากโรคร้ายได้เร็วๆ นะคะ ส่วนใครที่ยังสุขภาพดีก็ให้ใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทค่ะ