เปิดประวัติ ต้อย เศรษฐา นักแสดงอาวุโส มากความสามารถ

​​เปิดประวัติ ต้อย เศรษฐา นักแสดงอาวุโส มากความสามารถ แม้วันนี้ตัวจากไป แต่สิ่งดีๆยังคงอยู่ในใจแฟนๆตลอดไป

เป็นข่าวเศร้าของคนในวงการบันเทิง ที่สร้างความเสียใจให้กับใครหลายคนมากๆสำหรับข่าวการจากไปของดาราอาวุโสมากความสามารถอย่าง อาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งปอด ในวัย 77 ปี เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 20 ก.พ. หลายคนที่ทราบข่าวก็เข้าไปแสดงความเสียใจในอินสตาแกรมของลูกสาวอย่าง อี๊ฟ พุทธธิดา กันมากมาย

สุดเศร้า ต้อย เศรษฐา จากไปอย่างสงบ หลังป่วยเป็น มะเร็งปอด

อย่างไรก็ดี อาต้อย สร้างความสุข สร้างผลงานดีๆ แฟนๆได้ชมกันมาตลอด วันนี้ อีจันบันเทิง จะพามาเปิดประวัติของ อาต้อย กันดีกว่า

เศรษฐา ศิระฉายา ชื่อเล่น ต้อย เป็นพิธีกร นักแสดง และอดีตนักร้องนำวงดิอิมพอสซิเบิ้ล วงสตริงคอมโบที่ประสบความสำเร็จและยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงดนตรีหลายวงที่กำเนิดขึ้นในยุคต่อมา ใน พ.ศ. 2554 เศรษฐาได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) อดีตประธานมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส

เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 จังหวัดพระนคร จบมัธยมปลายจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี ด้วยการขนเครื่องดนตรีในวงดนตรีตามคำชักชวนของน้าชายของเขา สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ อดีตพระเอกภาพยนตร์ชื่อดังในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ต่อมา อาต้อย ได้ฝึกหัดทักษะด้านดนตรีแบบครูพักลักจำ จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องตามสถานบันเทิงต่าง ๆ เช่น ตั้งวงหลุยส์กีต้าร์เกิร์ล กระทั่งได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ นักดนตรีตั้งวงดนตรี Holiday J-3 ร่วมกับวินัย พันธุรักษ์, พิชัย ทองเนียม, อนุสรณ์ พัฒนกุล และสุเมธ อินทรสูต ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น Joint Reaction และเปลี่ยนอีกครั้งในชื่อ ดิอิมพอสซิเบิ้ล (The Impossibles) ซึ่งเป็นชื่อการ์ตูนชื่อดังของอเมริกาในสมัยนั้น โดยเขารับบทบาทเป็นนักร้องนำ พ.ศ. 2512 ดิอิมพอสซิเบิ้ลสามารถคว้าถ้วยพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งผลให้เริ่มเป็นที่นิยมและเป็นจุดเปลี่ยนให้เศรษฐาได้เข้ามาสัมผัสโลกภาพยนตร์เป็นครั้งแรก เมื่อเขาและเพื่อน ๆ ได้รับการทาบทามจากเปี๊ยก โปสเตอร์ ให้มาร่วมบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องโทน (2513)

เศรษฐา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรโครงการพิเศษ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีและปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ดิอิมพอสซิเบิ้ลยังคงชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบอีก 2 ครั้งติดต่อกัน หลังจากนั้นและได้บรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ ดวง (2514), สวนสน (2514), ระเริงชล (2515), ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) ฯลฯ กลายเป็นวงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ปี พ.ศ. 2518 หลังกลับมาจากการไปทัวร์ที่ต่างประเทศ เศรษฐาก็ได้รับการชักชวนจากจุรี โอศิริ ให้มาแสดงภาพยนตร์อย่างจริงจังครั้งแรกคือเรื่อง ฝ้ายแกมแพร (2518) แต่ก็ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาครองจากผลงานดังกล่าวได้ทันที

พ.ศ. 2519 ดิอิมพอสซิเบิ้ลประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ เศรษฐาจึงก้าวเข้าสู่โลกมายาอย่างเต็มตัว มีบทบาทโดดเด่นทั้งการเป็นพิธีกรและนักแสดง นับเป็นดารายอดฝีมือคนหนึ่งซึ่งสามารถรับบทบาทได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นบทดี บทร้าย บทตลก ส่งผลให้มีผลงานออกมามากมายจวบจนปัจจุบัน โดยเรื่องที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งคือชื่นรัก (2522) ซึ่งเขาได้รับบทพระเอกประกบคู่กับ อรัญญา นามวงศ์ นางเอกชื่อดัง เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ชีวิตกันในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2554 อาต้อย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)

ช่วงบั้นปลายชีวิต อาต้อย เข้ารับการรักษามะเร็งปอด หลังจากตรวจพบใน พ.ศ. 2562 ระหว่างนั้นในปี พ.ศ. 2564 เขาเคยป่วยด้วยโรคโควิด แต่ได้รับการรักษาจนไม่มีเชื้อโควิดในร่างกายแล้ว แต่ในที่สุด อาต้อย ก็เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 หลังจากกลับไปรักษาอาการมะเร็งปอดด้วยเคมีบำบัด โดยมีอายุ 77 ปี

อย่างไรก็ดี แอดเชื่อว่าแม้ว่าวันนี้ อาต้อย จะจากพวกเราไปแล้ว แต่ความดี และผลงานมากด้วยคุณภาพของ อาต้อย จะยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

คลิปอีจันแนะนำ
วินาทีเคลื่อนย้ายศพ ศรเพชร ศรสุพรรณ สุดเศร้า