สภาพัฒน์ฯ เผยคนไทยว่างงาน 3.6 แสนคน พบ 53.3% เป็นเด็กจบใหม่อายุ 20-24 ปี

สภาพัฒน์ฯ เผยคนไทยว่างงาน 3.6 แสนคน พบ 53.3% เป็นเด็กจบใหม่อายุ 20-24 ปี พร้อมจับตา “แรงงานหญิงตั้งครรภ์” ใช้สิทธิลาคลอดไม่เต็มจำนวน หลังต้องกลับมาทำงาน หวั่นขาดรายได้

วันนี้ (26 ก.พ.68) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2567 หดตัวลงเล็กน้อย โดยอัตราผู้ว่างงานไตรมาส 4/2567 เพิ่มขึ้น แต่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ

โดยมีผู้ว่างงานมีจำนวน ทั้งสิ้น 3.6 แสนคน เพิ่มขึ้น 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.88% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่อยู่ที่ 0.81% ซึ่งผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่อายุ 20 – 24 ปี

โดยการว่างงานเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มที่เคย อยู่ที่ 12.4% และไม่เคยทำงานมาก่อนอยู่ที่ 5.4% ซึ่งกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนส่วนใหญ่ออกมาจากสาขาการผลิต และสาขาการขายส่ง/ขายปลีก ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อนส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา สัดส่วนที่ 53.3%

สำหรับผู้ว่างงานระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเช่นกันที่ 13.0% โดยมีจำนวน 6.7 หมื่นคน มากกว่าครึ่งหรือ 67.6% เป็นผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน สำหรับอัตราการว่างงานในระบบ อยู่ที่ 1.81% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 1.74% โดยมีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานทั้งสิ้น 2.2 แสนคน

ภาพรวมปี 2567 อัตราการมีงานทำปี 2567 อยู่ที่ 98.6% ทรงตัวจากจากปี 25666 ที่อยู่ที่ 98.7% โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.8 ล้านคนคน ลดลงเล็กน้อยจากปี 2566 ที่ 0.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการหดตัวของการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่ปรับลดลง 4.4%

ขณะที่สาขาการขนส่ง/เก็บสินค้า และสาขาโรงแรม/ภัตตาคาร ขยายตัวได้ดีที่ 10.1% และ 7.7% โดยชั่วโมงการทำงางานทั้งในภาพรวมและภาคเอกชนในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 42.5 และ 46.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่อัตราการว่างานในปี 2567 อยู่ที่ 1.00% ใกล้เคียงกับปี 2566 ที่อยู่ที่ 0.98%

ประเด็นด้านแรงงานที่ต้องเฝ้าระวัง และให้ความสำคัญ คือ แรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์จำนวนมากยังไม่ได้ใช้สิทธิลาคลอดเต็มจำนวน โดยกฎหมายในปัจจุบันกำหนดให้มารดาสามารถลาคลอดได้ไม่เกิน 98 วัน และได้รับค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 45 วัน และอยู่ระหว่างการเสนอร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่.) พ.ศ…..ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

หลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบให้ขยายวันลาคลอดจาก 98 วัน เป็น 120 วัน และให้นายจ้างและกองทุนประกันสังคมจ่ายค่าจ้างคนละครึ่ง เพื่อให้สิทธิวันลามีความสอดคล้องกับข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน กินนมแม่เพียงอย่างเดียว

ซึ่งการมีพ่อแม่ดูแลย่างใกล้ชิดในช่วง 6 เดือนแรก จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กอย่างเต็มที่ทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ สสส. พบว่ายังมีแรงงานกว่า 14.5% ที่ใช้สิทธิลาคลอดไม่เต็มจำนวน โดยใช้เพียง 30 – 59 วัน เนื่องจากต้องการรายได้/โอที รวมทั้งการกลัวถูกลดโบนัส