
วันนี้ (4 เม.ย.68) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค.68
กระทรวงพาณิชย์ โดยสนค. ได้ดำเนินการวิเคราะห์ “ผลกระทบของการเกิดแผ่นดินไหวต่ออัตราเงินเฟ้อ” โดยพบว่าแม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะสั้น แต่สำหรับอัตราเงินเฟ้อไม่ส่งผลกระทบ
สนค. ได้ดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวต่ออัตราเงินเฟ้อ โดยพิจารณาจากสินค้าและบริการที่ใช้ในการจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค จำนวน 464 รายการ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มสินค้าและบริการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 สินค้าและบริการที่ไม่ได้รับผลกระทบ คิดเป็นประมาณ 95% ของน้ำหนักสินค้า และบริการในตะกร้าเงินเฟ้อ สินค้าในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าจำเป็น เช่น อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม ของใช้ส่วนบุคคล และยารักษาโรค เป็นต้น เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการผลิตยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ
สำหรับภาคการบริโภคของประชาชน พฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ประชาชนไม่ตื่นตระหนกด้านการใช้จ่ายไม่ได้กักตุนสินค้า และไม่เกิดภาวะขาดแคลนสินค้า
นอกจากนี้ ภาคการขนส่งหลักไม่มีความเสียหายที่รุนแรง การบริการยังดำเนินการได้ตามปกติ ทั้งการขนส่งเพื่อการผลิตและการขนส่งสาธารณะเพื่อการเดินทางของประชาชนได้กลับมาให้บริการเช่นเดิม หลังจากสำรวจว่ามีความปลอดภัยรองรับการใช้งานได้แล้ว รวมทั้งสาธารณูปโภคที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา และการสื่อสาร ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีการหยุดชะงักงันและยังดำเนินการได้ตามปกติ
กลุ่มที่ 2 สินค้าและบริการที่อาจมีการปรับราคาสูงขึ้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 2 ของน้ำหนักสินค้า และบริการในตะกร้าเงินเฟ้อ ได้แก่ กลุ่มสินค้าและบริการเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากมีความต้องการในการฟื้นฟูและซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายเพิ่มสูงขึ้น โดยอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ
เช่น ค่าแรงช่าง ปูนซีเมนต์ อิฐ กระเบื้องปูพื้น และสีทาบ้าน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือ โดยติดต่อผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงดีลเลอร์เพื่อให้ขายสินค้าในราคาถูกพิเศษ ซึ่งจะทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
กลุ่มที่ 3 สินค้าและบริการที่มีแนวโน้มราคาลดลง คิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของน้ำหนักสินค้าและบริการในตะกร้าเงินเฟ้อได้แก่ กลุ่มค่าเช่าและที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวสูง เช่น คอนโดมิเนียม เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนจากกลุ่มที่มีความกังวลในการอยู่อาศัยในที่สูงอาจปรับพฤติกรรมการอยู่อาศัย และอาจชะลอการซื้อที่อยู่อาศัยในแนวสูง
นอกจากนี้ สินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวอาจมีการปรับราคาลดลง โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวบางส่วนในระยะสั้น และอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการในตะกร้าเงินเฟ้อ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักและโรงแรมและค่าทัศนาจร เป็นต้น
ทั้งนี้ คาดว่าภาครัฐมีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้และฟื้นฟูกิจกรรมการท่องเที่ยวให้กลับเข้าสู่ระดับปกติในระยะเวลาอันสั้น
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่ในระยะสั้นประชาชนและนักท่องเที่ยวอาจมีความกังวลด้านความปลอดภัย โดยภาครัฐได้มีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินหน้าตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ ไม่ให้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา พร้อมให้ประสานห้างให้มีสต๊อกสินค้าให้เพียงพอและขอความร่วมมือให้มีการจัดการส่งเสริมการขายเพื่อช่วยเหลือประชาชน