
ตามที่ รัฐบาล ดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 หรือดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท กลุ่มเป้าหมายอายุ 16-20 ปี จำนวน 2.7 ล้านคน คาดว่าจะโอนเงินช่วงต้นเดือนเม.ย.68 หรือก่อนเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม มีประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ ทางรัฐ เหลืออีกจำนวน 20 ล้านคน ยังรอรัฐบาลดำเนินการต่อไป
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (19 มี.ค.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันว่าเงิน 10,000 บาทจะถึงมือทุกคน โดยกลุ่มผู้ลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐ จะได้รับเงินตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ซึ่งเฟส 4 จะได้รับเป็นเงินดิจิทัลผ่านระบบการใช้จ่ายเงินที่รัฐบาลพัฒนาไว้แล้ว
“ยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอต่อการใช้โครงการนี้ และไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน”นายประเสริฐกล่าว

สอดคล้องกับที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่เหลือคือตั้งแต่อายุ 21-59 ปี ยืนยันว่าจะมีการแจกเงินดิจิทัลแน่นอน แต่อยู่ในกระบวนการพิจารณาในระยะต่อไป ซึ่งหากตัดกลุ่มที่มีการโอนเงินไปตั้งเฟส 1-3 แล้ว จะเหลือผู้ที่ลงทะเบียนในแอปฯทางรัฐ อีกราว 20 ล้านคน
ทั้งนี้ จะต้องมีการคัดกรองอีกครั้งว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิเท่าไหร่ ส่วนงบประมาณโครงการดิจิทัลวอลเลต มีอยู่อีกประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ที่จะต้องมีการใช้งบประมาณภายในปีงบฯ 2568 หรือภายในเดือน ก.ย.68
“ยืนยันว่ารัฐบาลได้เตรียมเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ 1.5 แสนล้านบาท ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ต้องใช้จ่ายในไตรมาส 3 เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มีกระสุนเตรียมไว้เพียงพอ ใช้เงินคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ ในทุกเวลาที่เหมาะสม” นายเผ่าภูมิกล่าว

คุณสมบัติประชาชน ดังนี้
- ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
- สัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 ก.ย.67)
- ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566
- ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท โดยตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่ (1) เงินฝากกระแสรายวัน (2) เงินฝากออมทรัพย์ (3) เงินฝากประจำ (4) บัตรเงินฝาก (5) ใบรับเงินฝาก และ (6) ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกับข้อ (1) – (5)
ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าวให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีร่วม และเป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 มี.ค.67 - ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ
- ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ