บุกรวบ “พิมเจล” พร้อมพวกอีก 4 คน แก๊งเพื่อน “พรีม” สาดน้ำซุป

“พิมเจล” โดนหนัก! ตร.บุกรวบ พร้อมพวกอีก 4 คนแก๊งเพื่อน “พรีม” สาดน้ำซุป ด้านต้นสังกัด ประกาศสั่งพักงาน

จากกรณีนายรษิภา หรือพรีม อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต ก่อเหตุสาดน้ำร้อนใส่รุ่นน้อง และข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ทำให้ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ก่อนที่ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง จนนำไปสู่จับกุมตัวในความผิดฐาน “ร่วมกันทำร้ายร่างกาย , ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ , ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ” โดยสามารถควบคุมตัวได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 



ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. วานนี้ (10 ก.พ.68) กัน จอมพลัง ได้พา น้องอเล็กซฺ ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูก พรีม แก๊ง LGBTQ ทำร้ายร่างกาย เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีกับส่วนเกี่ยวข้อง โดยน้องอเล็กซ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองไปหาอะไรกินและได้เจอแก๊ง LGBTQ บังเอิญเขาก็เข้ามาหาเรื่องเลย โดยเข้ามากระชากที่คอเสื้อจากนั้นให้ตนเองเดินไปที่ลานกว้าง ตนเองจึงโทรหาเพื่อนเพื่อให้ไปเป็นเพื่อนเพราะรู้แล้วว่า ต้องถูกทำร้ายร่างกายแน่นอน พอตนเองกำลังจะคุยกันจากนั้นก็ถูกด่าทันที และกระชากหัวตนเองลงพื้นแล้ว กระทืบซ้ำทันที สาเหตุเกิดจากเรื่องที่ตนเองยืมเงินเขา 2,000 บาท และตนเองกำลังจะนัดคืนเงินตนเองก็บอกกลับไปว่า จะคืนได้อย่างไรตอนนี้เพราะว่าทรัพย์สินมันอยู่บนห้องพี่หมดเลย สำหรับตนเองเคยคุยกันและกินนอนที่ห้องเขา แต่วันนี้ตนเองเลยต้องมาร้องทุกข์เพราะถูกทำร้ายเช่นเดียวกัน สำหรับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าตนเองเห็นว่า เขาจำหน่ายและมีการแพคส่งที่พบเห็นเป็นบุหรี่ไฟฟ้า   

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง พ.ต.ท.วีระ สุขชนะ สว.สส.สภ.คลองหลวง ได้แสดงหมายจับเพื่อจับกุมตัว นายนพคุณ หรือจั๊ก อายุ 21 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์  ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดๆ ทำให้ผู้อื่นปราศจาดเสรีภาพ ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยช้กำลังประทุษร้าย  ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ   

โดยขณะจับกุมตัวผู้ต้องหายังอยู่ภายในห้องประจำวัน สภ.คลองหลวง โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินนคดี 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ก็ได้แสดงหมายจับเพื่อจับกุมตัว 1.นายดลลธี หรือพอล อายุ 21 ปี 2.น.ส.วรัญญา หรือแบม อายุ 21ปี 3.น.ส.กันยาพัชร หรือพิมเจล อายุ 21 ปี 4.น.ส.อุ้มบุญ อายุ 21 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดๆ ทำให้ผู้อื่นปราศจาดเสรีภาพ ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยทั้งหมดถูกแสดงหมายจับขณะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากปี 2566 ผู้เสียหายได้คบกับ พรีม ซึ่งเป็น 1 ใบแก๊ง LGBTQ โดยคบหากันได้ 2-3 เดือนจากนั้นได้เลิกรากัน พรีม ได้ขอของคืนสิ่งของที่ซื้อให้ ซึ่งผู้เสียหายคิดว่า ให้โดยเสน่หา โดยสิ่งของนั้นเสื่อมสภาพทำให้ พรีม ไม่พอใจให้โอนเงิน 6,050 บาท จากนั้นมีการนัดเคลียร์ใจที่ล๊อบบี้ของพอพัก โดยขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด 7 คน โดยบังคับให้โอน 6,050 บาท จากนั้นผู้เสียหายจึงได้โอนเงินให้ โดยมีกลุ่มเพื่อนที่จับกุมในวันนี้ยืมล้อมเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายไปไหนนาน 4-5 ชม.จากนั้น พิมเจล ได้ใช้รองเท้าตบหน้าผู้เสียหายก่อนจะแยกย้ายกัน 

ขณะที่เฟซบุ๊ก Jumdee Film Production ต้นสังกัดของ พิมเจล ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า จากกรณี พิม-กัญญาพัชร (กันยาพัชร) นักแสดงในสังกัด Jumdee Film Production ได้มีการกล่าวถึงในเนื้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นทางบริษัทฯ ได้รับทราบถึงกรณีดังกล่าว และมิได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการเก็บรวบรวมข้อเท็จจริง หากได้ข้อสรุปต่างๆ แล้ว ทางบริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไป 

ในเบื้องต้นจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทางบริษัทฯ ขอพักงาน พิม-กัญญาพัชร โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป และหากพบว่านักแสดงในสังกัดมีความผิดจริง จะดำเนินการตามมาตรการสูงสุด 

ล่าสุด วันนี้ (11 ก.พ.68) ทางเพจเฟซบุ๊ก Bangkok University ได้มีการเผยแพร่  แถลงการณ์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ฉบับที่ 3 เรื่อง ผลการพิจารณาโทษทางวินัยนักศึกษา กรณีทำร้ายร่างกายและตัดผมผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม

ตามที่คณะกรรมการปกครองได้ประชุมพิจารณาบทลงโทษตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพว่าด้วยวินัยนักศึกษา โดยได้พิจารณาพยานหลักฐาน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายร่างกายผู้อื่นในบริเวณลานจอดรถภายนอกมหาวิทยาลัยและกระทำการตัดผมผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมตามที่ปรากฏในสื่อ เข้าข่ายความผิดและเป็นการละเมิดต่อกฎหมายเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ เสรีภาพ และเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะกรรมการปกครองจึงพิจารณาโทษสูงสุดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น มีคำสั่งให้นักศึกษาผู้กระทำความผิดพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาและจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

อนึ่ง สำหรับผู้กระทำผิดรายอื่นที่มีส่วนร่วม คณะกรรมการปกครองของมหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการสอบสวนและพิจารณาโทษวินัยตามระเบียบและข้อบังคับฯ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ละเมิดกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยและไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกประการ