บุกยึด “ซิมบ็อกซ์” ในคอนโดฯ กลางกรุงฯ พบคนจีนเป็นเจ้าของห้อง 

สืบภาค 1 บุกค้นห้องจีนเทา ซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียม กลางกรุงฯ “ลอบติดตั้งซิมบ็อกซ์” สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนำระบบไบโอเมทริกซ์ เข้าร่วมสืบสวนขยายผล

จีนเทาอีกแล้ว!!! 

วันนี้ (26 ก.พ.68) เวลา 10.45 น. ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1, ชุดสืบสวน บก.ตม.1 และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นศาลอาญา ที่ ค.127/2568 ลงวันที่ 25 ก.พ.2568 เข้าตรวจค้นห้องในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ภายในห้องซึ่งติดตั้งกล้องวงจรปิด พบซิมบ็อกซ์ หรือเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (gsm gateway) จำนวน 3 เครื่อง ใส่ซิมการ์ดได้  32 ช่อง ต่อเครื่อง และ โมเด็มต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต จำนวน 1 เครื่อง 

การตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจ บก.สส.ภ.1 ตรวจสอบเคสไอดี T6802191xxxx โดยคนร้ายใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 062818xxxx โทรหาผู้เสียหาย แอบอ้างข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจำนวน 180,000 บาท จนกระทั่งทราบภายหลังว่าถูกมิจฉาชีพหลอก จึงแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน  

ต่อมา สืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าในห้องดังกล่าว เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพจึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพิจารณาออกหมายค้น โดยทราบว่าเจ้าของห้องคือนายเฉิน ชาวจีน แต่จากการตรวจค้นไม่พบนายเฉิน แต่พบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงทำงานอยู่ โดยทันทีที่ตำรวจเข้าไปภายในห้อง คาดว่าเจ้าของห้อง อาจจะเห็นผ่านกล้องวงจรปิดจึงตัดสัญญาณเครื่องซิมบ็อกซ์ทันที 

นอกจากนี้ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ยังได้นำคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถเชื่อต่อข้อมูลสารสนเทศ หรือ ระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometric) ที่สามารถเคลื่อนที่ได้มาใช้ และตรวจสอบชื่อเจ้าของห้องชุด กับนิติบุคคล และนำชื่อนามสกุลสัญชาติเข้าตรวจสอบในระบบ พบว่า ชาวจีนเจ้าของห้องชุด ไม่เคยเดินทางเข้าออกประเทศไทยเลยสักครั้ง และสำเนาหนังสือเดินทางมีข้อมูลบางจุดพบความผิดปกติ จากนั้นชุดสืบสวนได้ส่งสำเนาของชาวจีนเจ้าของห้องชุดไปยังสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ให้ตรวจสอบซึ่งสถานทูตจีนแจ้งกลับมาว่า สำเนาหนังสือเดินทาง โดยชื่อนามสกุลตรงกับหนังสือเดินทางตัวจริง แต่สำเนาหนังสือเดินทางบางจุดไม่ชัดเจนทำให้ตรวจสอบข้อมูลไม่พบการเดินทางเข้าออกของชาวจีนเจ้าของห้องชุด 

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ได้เชิญคนไทยคนหนึ่งซึ่งมีรายชื่อเกี่ยวกับชาวจีนที่เป็นเจ้าของห้องชุด มาสอบถามทราบว่าคนไทยคนนี้มีอาชีพไรเดอร์ ได้รับการว่าจ้างให้มาเปิดห้องชุดโดยมีการเข้าออกคอนโดมิเนียมเพียงเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบถามรวบรวมข้อมูลเพื่อสืบสวนขยายผล 

ปัจจุบันพบพฤติกรรมชาวต่างชาติลักลอบเปิดห้องพักในคอนโดมิเนียมให้เช่าเป็นที่พักคล้ายกับโรงแรมแบบรายวันและรายเดือน ในเมืองหลวงหรือเมืองท่องเที่ยว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของห้องพักที่มาซื้อห้องอยู่ และต้องการความเป็นส่วนตัว โดยประเด็นนี้พบหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตรวจสอบคือกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ตำรวจและนิติบุคคล ไม่มีอำนาจในการดำเนินการ  

เบื้องต้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า กรมการปกครองมีอำนาจที่จะตรวจสอบผ่านพระราชบัญญัติโรงแรมและระเบียบกรมที่ดิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ก็พบว่าระเบียบและข้อบังคับดังกล่าวออกมาตั้งแต่ปี 2555 หรือกว่า 10 ปีที่แล้ว ส่วนนี้จึงอาจจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน